"วันฮาโลวีนนั้น"ถ้าจะแปลเอาความกันก็ได้แก่ "วันก่อนวันศักดิ์สิทธิ์" ของชาวคริสต์หรือวันสุกดิบหนึ่งวันก่อนหน้าวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกกำหนดให้ "วันออล เซนต์ส เดย์" หรือวันศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นวันฉลองบรรดานักบุญต่าง ๆ ที่เริ่มกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 ดังนั้น เทศกาลฮาโลวีนนี้ชาวคาทอลิกจึงพากันเข้าโบสถ์ไปทำพิธีสวดกันเหนื่อยนานกว่าปกติสักหน่อย และในเวลาเดียวกันก็มีการร่วมฉลองแก้เหนื่อย หรือทำให้มันเหนื่อยหนักขึ้นพร้อม ๆ กันไปด้วย
คติเดิมในการจัดวันฮาโลวีนนี้มีย้อนหลังไปก่อนคริสต์กาล สมัยก่อนที่คริสต์ศาสนาจะแพร่ขยายเป็นที่นับถือกันไปทั่วยุโรปนั้น ชาวเผ่าเซลท์ที่อาศัยอยู่ในยุโรปตอนเหนือ และยุโรปตะวันตก ซึ่งนับถือดวงอาทิตย์เป็นพระเจ้าได้ถือเอาวันที่ 31 ตุลาคมเป็นวันสิ้นปีเก่าของพวกตน ที่ต้องมีพิธีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยการละเล่นรอบกองไฟ
ช่วงปลายเดือนตุลาคมนั้น ก็ยังเป็นระยะสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวของชาวเผ่าเซลท์ครั้งกระโน้น ใบไม้ตามไพรพฤกษ์ก็ปลิดตัวจากขั้วร่วงหล่นลงกองกับพื้นดิน แสดงสัญญาณว่า ฤดูหนาวกำลังย่างใกล้าเช้ามาแล้ว และราตรีก็กำลังสยายปีกแผ่คลุมโลกยาวนานกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ ของปี จึงเป็นช่วงที่นักบวชดรูอิสของชาวเซลท์จะเริ่มทำพิธีบนบวงพระอาทิตย์ผู้เป็นเจ้าที่กำลังจะมาเยือนโลกสั้นลง พร้อมกันไปกับงานรื่นเริงปลอบใจผู้คนส่งท้าย
เวลาเดียวกันนี้ ก็เป็นยามที่บรรดาแกะและสัตว์เลี้ยงทั้งหลายที่ปล่อยทิ้งให้เล็มหญ้าหากินตามท้องทุ่งถูกต้อนกลับเข้าคอก ชาวเซลท์ก็จะเริ่มปรับปรุงกฎหมายของตน และมีการต่อสัญญาเช่ากันในโอกาสนี้ด้วยและเนื่องจากพฤศจิกายนเป็นเดือนที่กลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน ความมืดที่อ้อยอิ่งมาช้านานหลายเดือนในแถบยุโรปเหนือ ทำให้คติของความเชื่อและการฉลองปรากฏออกมาในรูปของภูตผีปิศาจ เรื่องของพ่อมดหมอผีเทพธิดาที่จะปรากฎออกมากันชุกชุมอยู่บนโลกตามบรรยากาศแห่งความมืดมัว
ความเชื่อดังกล่าวนี้ยังมีอยู่แต่ดั้งเดิมด้วยว่าวันฮาโลวีนคือวันที่บรรดาวิญญาณผู้ทีสิ้นลมวายปราณไปในรอบปีที่ผ่านมานั้นจะได้รับการตัดสินความดีความชั่วที่ตนกระทำไปแล้วเมื่อยังมีชีวิตอยู่ และชดใช้บาปกรรมของตนโดยพระเจ้าแห่งความตาย
และเพราะเหตุนี้จึงถือกันว่า วันฮาโลวีนเป็นวันที่มีภูตผีปิศาจเพ่นพ่านอยู่ทั่วไป บรรยากาศของการจัดงานจึงเต็มไปด้วยเรื่องของภูตผีปิศาจ
ในอเมริกานั้น ยังมีความเชื่อกันอยู่ว่า แม้แต่ในทำเนียบขาวอันเป็นที่พักประจำตำแหน่งของประธานาธิบดี ยังมีอดีตประธานาธิบดีหลายท่านที่ล่วงลับไปแล้วมักชอบมาปรากฎตัวในวันฮาโลวีนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานาธิบดีจอห์น อดัมส์ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่เริ่มพำนักในทำเนียบขาว หรือแม้แต่อับราฮัม ลินคอร์น ประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ของชาวอเมริกันที่ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ และอาศัยในทำเนียบขาวในยุคสงครามกลางเมือง ก็ยังมีผู้เคยเห็นร่างอันสูงโย่งของท่าน ยืนปรากฏให้เห็นหลังบานหน้าต่างบานเดียวกันกับที่ท่านชอบยืนเมื่อมีท่านผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ในระหว่างสงครามกลางเมือง
สมัยโบราณ ชาวอังกฤษเป็นพวกที่รับประเพณีจัดงานวันฮาโลวีนไปจากพวกเผ่าเซลท์มากกว่าคนอื่น ๆ และนำเอาวันนี้มาใช้มากมายในโอกาสเกี่ยวกับเรื่องของการแต่งงาน การทำนายโชค สุขภาพ แม้กระทั่งความตายที่ถือกันว่า มีเพียงวันนี้วันเดียวที่วิญญาณภูตผีทั้งหลายจะช่วยบันดาลให้ตนสมใจปรารถนา
สาว ๆ อังกฤษสมัยโน้นจะออกไปหว่านและไถกลบเมล็ดป่านชนิดหนึ่งในยามเที่ยงคืนของวันฮาโลวีนพร้อมกับเสี่ยงสัตย์อธิษฐานด้วยการท่องคาถาว่า "เจ้าเมล็ดป่านที่ข้าหว่าน จงช่วยบันดาลให้ผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตจองข้าปรากฏตัวให้เห็น " และเมื่อทำต่อไปตามเคล็ด คือเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายของเจ้าหล่อน สายรายนั้น ๆ ก็จะได้เห็นถึงนิมิตเรือนร่างของผู้ที่จะมาเป็นสามีในอนาคตของตน
เคล็ดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเอาแอปเปิลกับเหรียญชนิดหกเพนซ์ใส่ลงไปในอ่างน้ำ และหากใครสามารถแยกแยะของสองอย่างนี้ออกจากกันได้ด้วยปาก คาบเหรียญขึ้นมา และใช้ช้อนจิ้มแอปเปิลให้ติดเพียงครั้งเดียวจะถือว่า ผู้นั้นจะมีโชคดีไปตลอดปีใหม่ที่กำลังมาถึง
การฉลองเทศกาลวันฮาโลวีนในอเมรีกาที่มาเฟื่องฟูมากกว่าคนอื่น ๆ เขาในปัจจุบันนี้เริ่มมาแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1840 อันเป็นระยะที่ชาวไอริสเชื้อสายเซลท์ เดินทางอพยพเข้ามาอยู่ในอเมริกากันเป็นจำนวนมาก พวกเขาได้นำเอาประเพณีการฉลองวันฮาโลวีนติดมือมาด้วย
ตามเฉลียงหน้าบ้านเกือบทุกบ้าน จะมีลูกฝักทองที่คว้านไส้ออก และเจาะทำตาจมูก และปากที่แสยะยิ้ม วางไว้ต้อนรับโดยภายในฟักทองมีเทียนจุดตั้งอยู่ เราจะขึ้นไปที่หน้าประตูบ้านนั้น ๆ กดกริ่ง พอมีคนมาเปิดประตูให้ เราก็จะถามว่า "Take or Treat ? " หรือ "จะยอมให้ขนมเสียดี ๆ หรือจะต้องออกแรงแสดงอภินิหารกัน ? " แล้วเจ้าของบ้านก็จะเอาขนมมาแจกให้ หลังจากนั้นเราก็จะเดินทางต่อไปยังบ้านอื่น ๆ ขอขนมอย่างนี้จนกว่าจะอิ่ม หรือเมื่อย "
เคล็ดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเอาแอปเปิลกับเหรียญชนิดหกเพนซ์ใส่ลงไปในอ่างน้ำ และหากใครสามารถแยกแยะของสองอย่างนี้ออกจากกันได้ด้วยปาก คาบเหรียญขึ้นมา และใช้ช้อนจิ้มแอปเปิลให้ติดเพียงครั้งเดียวจะถือว่า ผู้นั้นจะมีโชคดีไปตลอดปีใหม่ที่กำลังมาถึง
คนไทยปัจจุบันรู้จัก เทศกาลฮัลโลวีน เหมือนกับที่รู้จักเทศกาลต่าง ๆ ตามประเพณีของชาวยุโรป เช่น อีสเตอร์ วันขอบคุณพระเจ้า และวันคริสต์มาส หรือวันวาเลนไทน์ ในคืนวันฮัลโลวีน สถานที่บันเทิงต่าง ๆ ในกรุงเทพมักจะจัดงานโดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวยามราตรีแต่งกายด้วยชุดแฟนซีสวมหน้ากากเป็นปิศาจรูปร่างต่าง ๆ กัน ดังจะเห็นได้จากประกาศเชิญชวนให้มาร่วมงานในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี
ประเพณีต่าง ๆ ที่ถือปฏิบัติว่าเป็นการฉลองเทศกาลฮัลโลวีน
Rick-or-Treating กิจกรรมนี้จัดเป็นกิจกรรมหลัก สำหรับเด็ก ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในตอนกลางคืน เด็ก ๆ จะแต่งตัวด้วยหน้ากากผี และเดินไปเป็นกลุ่ม เพื่อเคาะประตูบ้านของเพื่อนบ้าน โดยกล่าวคำว่า trick or treat เพื่อนบ้านจะให้ขนม ลูกกวาด ผลไม้ หรือ เศษสตางค์ เด็กบางกลุ่มจะจัดกิจกรรม trick or treat นี้เพื่อองค์การยูนิเซพ (UNICEF) ซึ่งเป็นองค์การจัดหาเงินทุนเพื่อเด็กทั้งโลกที่ยากจนขององค์การสหประชาชาติ พวกเขาจะถือกล่องรับบริจาคเงินอย่างเป็นทางการขององค์การสหประชาชาติสีส้มดำ เพื่อนำเงินที่ได้จากการบริจาคไปจัดหาอาหาร ยารักษาโรค และการบริการด้านอื่น ๆ เพื่อเด็กที่ขาดเคลนทั้งโลก
เพื่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ ที่ออกไปทำกิจกรรม trick or treat เด็ก ๆจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีอ่อน หรือเสื้อผ้าที่มีสีสะท้อนแสง เพื่อให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะมองเห็นได้ง่ายเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อีกทางหนึ่ง ผู้ปกครองบางคนเกรงว่า การใส่หน้ากาก จะทำให้เด็ก ๆ มองเห็นได้ไม่ชัดเจน จึงนิยมใช้เครื่องสำอางแต่งปน้าให้เด็ก ๆ นอกจากนี้ผู้ปกครองมักจะเตือนให้เด็กๆ รับประทานเฉพาะขนมหรือลูกกวาดที่บรรจุในหีบห่ออย่างดีเท่านั้น ชุมชนบางแห่งประกาศเวลาการทำกิจกรรม trick or treat อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับการมาเยือนของเด็ก ๆ และเป็นการเตือนให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะได้ระมัดระวังการใช้รถใช้ถนนในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นพิเศษด้วย
Jack-O'-Lanterns การทำ Jack-O'-Lanterns คือ การคว้านเมล็ดในของผลฝักทองออกให้หมดแล้วเจาะด้านหนึ่งของผลฝักทองให้เป็นรูปหน้าคนโดยมี ตา จมูก และปาก และใส่เทียนไข หรือโคมไฟประเภทอื่น ๆ ไว้ภายใน เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้าน ชาวอังกฤษและชาวไอริชในสมัยโบราณเคยใช้หัวผักกาด (beets) มันฝรั่งและหัวเทอร์นิบ (turnips) เป็นโคมไฟในวันฮัลโลวีน เมื่อเทศกาลฮัลโลวีนแพร่หลายมาสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงเปลี่ยนมาใช้ผลฝักทองแทน
เหตุที่ได้ชื่อว่า Jack-O'-Lantern เนื่องมาจากชายคนหนึ่งที่ชื่อ Jack ซึ่งเป็นคนขี้เหนี่ยวมาก เมื่อเสียชีวิตไปเขาไม่สามารถขึ้นสวรรค์ได้และไม่สามารถเข้าไปในนรกได้เช่นกัน เนื่องจากเขาชอบ ล้อเล่นกับปิศาจ เมื่อเสียชีวิตลงเขาจึงต้องเดินเตร็ดเตร่อยู่บนโลก เพื่อรอวันพิพากษา (Judgement Day)
การทำนายโชคชะตา (Fortunetelling)
การทำนายโชคชะตา เริ่มขึ้นในยุโรปหลายร้อยปีมาแล้ว และกลายเป็นส่วนสำคัญในเทศกาลฮัลโลวีน การทำนายนี้ทำโดยการนำแหวนเงินเหรียญ หรือ ปลอกนิ้ว (สำหรับสตรีใส่เย็บผ้า) ไปซ่อนไว้ในขนมเค็กและอาหาร หากใครพบเหรียญจะเป็นผู้มีฐานะร่ำรวยในอนาคต ผู้ที่พบเหวนจะได้แต่งงาน ปัจจุบันนิยมทำนายโชคชะตาด้วยการอ่านจากไพ่หรือการอ่านลายมือมากกว่า
นอกเหนือจากกิจกรรมต่าง ๆ ดังได้กล่าวมาแล้ว ในประเทศอังกฤษมีการเล่นเกมส์คาบแอปเปิล เพื่อเป็นรางวัลแก่ผู้ชนะอีกด้วย
ในอดีตคนส่วนใหญ่เชื่อว่า ปิศาจจะออกมาท่องเที่ยวในโลกมนุษย์ในคืนวันที่ 31 ตุลาคมเพื่อทำพิธีบูชาปีศาจทั้งหลาย แม้ว่าในปัจจุบัน ไม่มีใครเชื่อในเรื่องพ่อมดแม่มดหรือภูติผีปิศาจ สัญลักษณ์ต่าง ๆ ในวันฮัลโลวีนก็ยังคงเป็นการแต่งกายเป็นปีศาจหรือพ่อมดแม่มดอยู่เช่นที่เคยปฏิบัติมา
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552
สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของชีวิต ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการให้คำแนะนำด้านสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายดังต่อไปนี้
วิตามินดี
มีการวิจัยว่าการขาดวิตามินดีเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระดูกเปราะ ซึ่งจะทำให้หลังค่อมในผู้สูงอายุ กระดูกแตก เปราะ ดังนั้น นมเป็นแหล่งวิตามินดีที่ดีที่สุด
ธาตุเหล็ก
ผู้หญิงมีความต้องการธาตุเหล็กมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงมีการเสียเลือดทุกเดือน จากการมีรอบเดือน ซึ่งจะทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก และหากได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ท่านจะมีอาการเหนื่อยง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ อาจทำให้เป็นโรคโลหิตจาง อาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ อาหารจำพวกเนื้อแดง ปลา ธัญพืช ผักขม พืชกระกูลถั่ว และผักต่าง ๆ แต่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชที่มีวิตามินซีสูง เช่น พริกไทย มะเขือเทศ พืชจำพวกมะนาว กะหล่ำปลี และมันฝรั่ง
แคลเซียม
เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ทำให้กระดูกแข็งแรง ผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปจะสูญเสียมวลกระดูก 1% ทุกปี ซึ่งนำไปสูงสาเหตุของการเป็นโรคกระดูกเปราะ แต่หากท่านรับประทานแคลเซียมอย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ก่อนถึงวัยหมดประจำเดือน และ 1,500 มิลลิกรัมหลังวัยหมดประจำเดือน ก็จะช่วยทดแทนมวลกระดูกที่เสียไปได้
นม เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด นมพร่องมันเนย 1 แก้ว ให้แคลเซียม 300 มิลลิกรัม นมเปรี้ยวพร่องมันเนย ปลาซาดีน ปลาแซลมอนติดกระดูกอ่อนก็เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม
ผัก ผลไม้ และธัญพืช อาหารเพื่อสุขภาพกลุ่มนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งเพื่อป้องกัน และต่อสู้โรคร้าย ทุกวันนี้หลายท่านมีมุมมองในการรับประทานผักโดยคำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก ผักมีหลายชนิด ทั้งชนิดที่รับประทานกันแพร่หลาย ผักพื้นบ้านที่เราไม่คุ้นเคย ขอแนะนำผักพื้นบ้านที่หารับประทานได้ไม่ยาก อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการป้องกัน และรักษาโรค
คุณค่าของสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
วิตามิน (Vitamin) ทำหน้าที่เป็นตัว Co=enzyme ช่วยให้เอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกายทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังช่วยในการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ ให้เป็นพลังงาน ช่วยในการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ถ้าร่างกายขาดวิตามินจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้
เกลือแร่ (Mineral) ที่จำเป็นต่อร่างกายมี 16 ชนิด ช่วยในการเสริมฤทธิ์กับวิตามิน ช่วยให้ร่างกายทำงานตามปกติ ช่วยเร่งการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นพลังงาน ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และสร้างเซลล์เนื้อเยื่อใหม่ ๆ
เส้นใยอาหาร (Fiber) มีส่วนสำคัญต่อร่างกายในขบวนการย่อยอาหาร และช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่ให้พลังงานป้องกันอาการท้องผูก และท้องเสีย นอกจากนี้ยังช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาล และคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
โปรตีน (Protein) ร่างกายย่อยโปรตีนให้เป็นกรดอะมิโน มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยในการเสริมสร้างเซลล์ใหม่ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และยังให้พลังงานอีกด้วย
อาหารสำหรับผู้ป่วย
หลาย ๆ ท่านคงเคยประสบปัญหาที่ว่ารับประทานอาหารน้อยลง แต่ทำไม่ความอ้วนถึงไม่ค่อยจะยอมลดลงสักเท่าไร ทั้ง ๆ ที่กิจกรรมต่าง ๆ ในการดำรงชีวิตก็แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย อีกทั้งสุขภาพโดยรวมกลับจะแย่ลงด้วยซ้ำ ทั้งโรคในระบบหลอดเลือด และหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นต้น
ลองศึกษาในเรื่องประเภทของอาหารต่าง ๆ ทั้ง 5 หมู่ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน เกลือแร่ และวิตามิน ที่รับประทานดูว่าเหมาะสมหรือไม่กับสุขภาพโดยรวมของท่านแล้วหรือยัง
วิตามินดี
มีการวิจัยว่าการขาดวิตามินดีเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระดูกเปราะ ซึ่งจะทำให้หลังค่อมในผู้สูงอายุ กระดูกแตก เปราะ ดังนั้น นมเป็นแหล่งวิตามินดีที่ดีที่สุด
ธาตุเหล็ก
ผู้หญิงมีความต้องการธาตุเหล็กมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงมีการเสียเลือดทุกเดือน จากการมีรอบเดือน ซึ่งจะทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก และหากได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ท่านจะมีอาการเหนื่อยง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ อาจทำให้เป็นโรคโลหิตจาง อาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ อาหารจำพวกเนื้อแดง ปลา ธัญพืช ผักขม พืชกระกูลถั่ว และผักต่าง ๆ แต่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชที่มีวิตามินซีสูง เช่น พริกไทย มะเขือเทศ พืชจำพวกมะนาว กะหล่ำปลี และมันฝรั่ง
แคลเซียม
เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ทำให้กระดูกแข็งแรง ผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปจะสูญเสียมวลกระดูก 1% ทุกปี ซึ่งนำไปสูงสาเหตุของการเป็นโรคกระดูกเปราะ แต่หากท่านรับประทานแคลเซียมอย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ก่อนถึงวัยหมดประจำเดือน และ 1,500 มิลลิกรัมหลังวัยหมดประจำเดือน ก็จะช่วยทดแทนมวลกระดูกที่เสียไปได้
นม เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด นมพร่องมันเนย 1 แก้ว ให้แคลเซียม 300 มิลลิกรัม นมเปรี้ยวพร่องมันเนย ปลาซาดีน ปลาแซลมอนติดกระดูกอ่อนก็เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม
ผัก ผลไม้ และธัญพืช อาหารเพื่อสุขภาพกลุ่มนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งเพื่อป้องกัน และต่อสู้โรคร้าย ทุกวันนี้หลายท่านมีมุมมองในการรับประทานผักโดยคำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก ผักมีหลายชนิด ทั้งชนิดที่รับประทานกันแพร่หลาย ผักพื้นบ้านที่เราไม่คุ้นเคย ขอแนะนำผักพื้นบ้านที่หารับประทานได้ไม่ยาก อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการป้องกัน และรักษาโรค
คุณค่าของสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
วิตามิน (Vitamin) ทำหน้าที่เป็นตัว Co=enzyme ช่วยให้เอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกายทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังช่วยในการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ ให้เป็นพลังงาน ช่วยในการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ถ้าร่างกายขาดวิตามินจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้
เกลือแร่ (Mineral) ที่จำเป็นต่อร่างกายมี 16 ชนิด ช่วยในการเสริมฤทธิ์กับวิตามิน ช่วยให้ร่างกายทำงานตามปกติ ช่วยเร่งการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นพลังงาน ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และสร้างเซลล์เนื้อเยื่อใหม่ ๆ
เส้นใยอาหาร (Fiber) มีส่วนสำคัญต่อร่างกายในขบวนการย่อยอาหาร และช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่ให้พลังงานป้องกันอาการท้องผูก และท้องเสีย นอกจากนี้ยังช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาล และคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
โปรตีน (Protein) ร่างกายย่อยโปรตีนให้เป็นกรดอะมิโน มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยในการเสริมสร้างเซลล์ใหม่ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และยังให้พลังงานอีกด้วย
อาหารสำหรับผู้ป่วย
หลาย ๆ ท่านคงเคยประสบปัญหาที่ว่ารับประทานอาหารน้อยลง แต่ทำไม่ความอ้วนถึงไม่ค่อยจะยอมลดลงสักเท่าไร ทั้ง ๆ ที่กิจกรรมต่าง ๆ ในการดำรงชีวิตก็แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย อีกทั้งสุขภาพโดยรวมกลับจะแย่ลงด้วยซ้ำ ทั้งโรคในระบบหลอดเลือด และหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นต้น
ลองศึกษาในเรื่องประเภทของอาหารต่าง ๆ ทั้ง 5 หมู่ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน เกลือแร่ และวิตามิน ที่รับประทานดูว่าเหมาะสมหรือไม่กับสุขภาพโดยรวมของท่านแล้วหรือยัง
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ชงโค
ชื่อพื้นเมือง : ชงโค
ชื่ออื่น : เสี้ยวดอกแดง (ภาคเหนือ) เสี้ยวหวาน (แม่ฮ่องสอน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bauhinia blakeana Dunn.
ชื่อสามัญ : Orchid Tree
ชื่อวงศ์ : Caesalpiniaceae
สภาพนิเวศน์ : -
ประโยชน์
ราก ใช้เป็นยาขับลม เปลือก แก้บิด แก้ท้องร่วง
ใบ ต้มรักษาอาการไอ ดอก แก้ไข้ ยาระบาย
ลักษณะทั่วไป
ไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูง 10 เมตร ใบเกือบกลม แยกเป็น 2 แฉกลึก ปลายแฉกกลม ช่อดอก
ออกข้าง ๆ หรือปลายกิ่ง 6 -10 ดอก กลีบรองดอกตะแคงข้าง กลีบดอกชมพูถึง
ม่วงเข้่ม กลีบแคบ เกสรตัวผู้ 3 อัน รังไข่มีขน ฝักแตก ฝักยาว 20 -25 ซม. เมล็ดกลม
10 เมล็ด ออกดอกเืดือนกันยายน - กุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและกิ่งตอน
มณฑา : มีชื่ออื่นๆว่า ยี่หุบ จอมปูน จำปูนช้าง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Talauma candollei Bl.
วงศ์ : MAGNOLIACEAE
สายหยุด
ชื่อวิทยาศาสร์ Desmos chinensis Lour.
ตระกูล ANNONACEAE
ชื่อสามัญ Desmos
ลักษณะทั่วไป
ต้น สายหยุดเป็นไม้เถาเลื้อยกึ่งไม้ยืนต้น มีเถาใหญ่แข็งแรงสามารถเกาะเลื้อยพันต้นไม้ หรือกิ่งอื่น ๆ
ไปได้ไกล และมักจะแตกกิ่งก้านสาขามากในบริเวณยอด และจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเป็นบริเวณ
กว้าง กิ่งอ่อนจะมีสีน้ำตาลและมีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมโดยทั่วไป ส่วนกิ่งแก่นั้นจะมีสีดำเป็นมัน ไม่มีขน
ใบ ใบจะออกสลับกันตามข้อต้น ใบจะเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายใบแหลมเป็ฯติ่งสั้น
โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ใบด้านบนเรียบ ส่วนด้านล่างจะมีขน ขอบใบเรียบ ไม่มีจัก ใบสีเขียวเข้ม
ดอก สายหยุดจะออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกแบบตามขอต้นโคนก้านใบ และที่ตาซึ่งติดกับลำต้นลักษณะของ
ดอกเมื่อยังตูมอยู่จะเป็นสีเขียว และเมื่อบานจึงจะเป็นสีเหลือง ดอกจะห้อยลง ดอกมีขนาดเล็ก มีกลีบดอก
5-6 กลีบ แบ่งเป็ฯ 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ และมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอกจะบิดงอเช่นเดียวกันกับดอกกระ
ดังงาไทย มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียจำนวนมากอยู่ภายในดอก ดอกจะมีกลิ่นหอมจัดในตอนเช้าตรู่
พอสายกลิ่นก็จะค่อย ๆ ลดความหอมลง และจะหมดกลิ่นหอมลงเมื่อใกล้เวลาเที่ยงวัน
การปลุก
สายหยุดมีวิธีการปลูก โดยการนำต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด หรือกิ่งที่ได้จากการตอนมาปลูกลงดิน
หลังปลูกประมาณ 3-4 ปี จึงจะให้ดอก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Bovgainvillea hybrid
ชื่อสามัญ Bovgainvillea , Paper Flower
ชื่อวงศ์ Nyctaginaceae
เพื่องฟ้าเป็นไม้รอเลื้อย ลำต้นมีกิ่งมีหนาม ใบเดี่ยว ออกสลับรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 4-8 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมนหรือสอบ ใบประดับสีต่างๆตามสีของดอก ออกเป็นกลุ่มกลุ่มละ 3 ใบ บางพันธุ์มีใบประดับซ้อน รูปไข่ หรือ รูปรี ค่อนข้างกว้าง ปลายแลโคนมน ดอกมีสีตามพันธุ์เช่น สีแดง ม่วง ชมพู เหลือง หรือขาว ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบรวมเป็นหลอด คอดตรงกลาง ติดอยู่บนใบประดับแต่ละใบ ยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร ปลายหลอดแผ่ออก ภายในกลีบสีนวล เมื่อบานจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.6 เซนติเมตร เกสรตัวผู้ 5-10 อัน ผลมีขนาดเล็ก มี 5 สัน ถิ่นกำเนิดมีที่ อเมริกาใต้ ปลูกได้ทั่วไป ออกดอกตลอดปี
ขยายพันธุ์ เมล็ด ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง
ชื่ออื่น : เสี้ยวดอกแดง (ภาคเหนือ) เสี้ยวหวาน (แม่ฮ่องสอน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bauhinia blakeana Dunn.
ชื่อสามัญ : Orchid Tree
ชื่อวงศ์ : Caesalpiniaceae
สภาพนิเวศน์ : -
ประโยชน์
ราก ใช้เป็นยาขับลม เปลือก แก้บิด แก้ท้องร่วง
ใบ ต้มรักษาอาการไอ ดอก แก้ไข้ ยาระบาย
ลักษณะทั่วไป
ไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูง 10 เมตร ใบเกือบกลม แยกเป็น 2 แฉกลึก ปลายแฉกกลม ช่อดอก
ออกข้าง ๆ หรือปลายกิ่ง 6 -10 ดอก กลีบรองดอกตะแคงข้าง กลีบดอกชมพูถึง
ม่วงเข้่ม กลีบแคบ เกสรตัวผู้ 3 อัน รังไข่มีขน ฝักแตก ฝักยาว 20 -25 ซม. เมล็ดกลม
10 เมล็ด ออกดอกเืดือนกันยายน - กุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและกิ่งตอน
มณฑา : มีชื่ออื่นๆว่า ยี่หุบ จอมปูน จำปูนช้าง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Talauma candollei Bl.
วงศ์ : MAGNOLIACEAE
สายหยุด
ชื่อวิทยาศาสร์ Desmos chinensis Lour.
ตระกูล ANNONACEAE
ชื่อสามัญ Desmos
ลักษณะทั่วไป
ต้น สายหยุดเป็นไม้เถาเลื้อยกึ่งไม้ยืนต้น มีเถาใหญ่แข็งแรงสามารถเกาะเลื้อยพันต้นไม้ หรือกิ่งอื่น ๆ
ไปได้ไกล และมักจะแตกกิ่งก้านสาขามากในบริเวณยอด และจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเป็นบริเวณ
กว้าง กิ่งอ่อนจะมีสีน้ำตาลและมีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมโดยทั่วไป ส่วนกิ่งแก่นั้นจะมีสีดำเป็นมัน ไม่มีขน
ใบ ใบจะออกสลับกันตามข้อต้น ใบจะเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายใบแหลมเป็ฯติ่งสั้น
โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ใบด้านบนเรียบ ส่วนด้านล่างจะมีขน ขอบใบเรียบ ไม่มีจัก ใบสีเขียวเข้ม
ดอก สายหยุดจะออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกแบบตามขอต้นโคนก้านใบ และที่ตาซึ่งติดกับลำต้นลักษณะของ
ดอกเมื่อยังตูมอยู่จะเป็นสีเขียว และเมื่อบานจึงจะเป็นสีเหลือง ดอกจะห้อยลง ดอกมีขนาดเล็ก มีกลีบดอก
5-6 กลีบ แบ่งเป็ฯ 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ และมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอกจะบิดงอเช่นเดียวกันกับดอกกระ
ดังงาไทย มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียจำนวนมากอยู่ภายในดอก ดอกจะมีกลิ่นหอมจัดในตอนเช้าตรู่
พอสายกลิ่นก็จะค่อย ๆ ลดความหอมลง และจะหมดกลิ่นหอมลงเมื่อใกล้เวลาเที่ยงวัน
การปลุก
สายหยุดมีวิธีการปลูก โดยการนำต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด หรือกิ่งที่ได้จากการตอนมาปลูกลงดิน
หลังปลูกประมาณ 3-4 ปี จึงจะให้ดอก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Bovgainvillea hybrid
ชื่อสามัญ Bovgainvillea , Paper Flower
ชื่อวงศ์ Nyctaginaceae
เพื่องฟ้าเป็นไม้รอเลื้อย ลำต้นมีกิ่งมีหนาม ใบเดี่ยว ออกสลับรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 4-8 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมนหรือสอบ ใบประดับสีต่างๆตามสีของดอก ออกเป็นกลุ่มกลุ่มละ 3 ใบ บางพันธุ์มีใบประดับซ้อน รูปไข่ หรือ รูปรี ค่อนข้างกว้าง ปลายแลโคนมน ดอกมีสีตามพันธุ์เช่น สีแดง ม่วง ชมพู เหลือง หรือขาว ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบรวมเป็นหลอด คอดตรงกลาง ติดอยู่บนใบประดับแต่ละใบ ยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร ปลายหลอดแผ่ออก ภายในกลีบสีนวล เมื่อบานจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.6 เซนติเมตร เกสรตัวผู้ 5-10 อัน ผลมีขนาดเล็ก มี 5 สัน ถิ่นกำเนิดมีที่ อเมริกาใต้ ปลูกได้ทั่วไป ออกดอกตลอดปี
ขยายพันธุ์ เมล็ด ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง
ดอกอังกาบ
ดอกอังกาบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barleria cristata L.
วงศ์ : ACANTHACEAE
กรรณิการ์
ชื่อวิทยาศาสตร์: Nyctanthes arbortristis Linn.
ชื่อสามัญ: กรรณิการ์ ( Night blooming jasmine)
เรื่องราวของดอกกรรณิการ์ มีมากมาย ดอกกรรณิการ์ มีลักษณะโดดเด่นคือก้านดอกเป็นสีแสด ดังที่มีกล่าวไว้ในกาพย์ห่อโคลง นิราศธารโศกของเจ้าฟ้ากุ้ง
ดอกกรรณิการ์ใช้ย้อมผ้ากันมานาน ตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระพุทธองค์กำหนดให้พระภิกษุทั้งหลาย ถ้าจะมีเครื่องนุ่งห่ม ให้ไปที่ป่าช้า ให้พิจารณาผ้าที่เค้านำมาห่อศพ เรียกว่าผ้าบังสุกุล พิจารณาว่าใช้ได้หรือไม่ ถ้าพิจารณาแล้วใช้ได้ ก็ดึงผ้าออกมา
อันเป็นประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน เจ้าภาพจะเอาผ้าสีเหลืองมาวางใกล้กับโลง เรียกว่า ทอดผ้า ทอดแปลว่า ทิ้ง พระท่านก็จะมาจับผ้าและแสดงอาการพิจารณาผ้าบังสุกุล และกล่าวคำ อนิจจา วัตตาสัง ขารา
สมัยก่อนเมื่อนำผ้ามาแล้วจะต้องซักด้วยน้ำขี้เถ้า จนหมดกลิ่น แล้ว จึงนำมาย้อมด้วยดอกกรรณิการ์ โดยเฉพาะก้านดอก จะได้เป็นสีเหลืองฝาดๆ แล้วค่อยนำไปตัดเย็บเป็นสบง จีวร สังคาติ
ลำดวน
หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “ต้นดวน” เป็นไม้คู่เมือง เกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์เมืองศรีสะเกษมาแต่โบราณ “ลำดวน” ปรากฏในชื่อเมืองเดิมของ จ. ศรีสะเกษ คือ เมืองนครลำดวนหรือเมืองศรีนครลำดวน ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา เจ้าเมืองศรีนครลำดวนก็ได้รับพระราชทานนามว่า “พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน” นอกจากนี้ยังปรากฏในชื่อบ้านนามเมืองของ จ. ศรีสะเกษอีกหลายแห่ง เช่น บ้านดวนใหญ่ บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน ซึ่งล้วนเป็นชุมชนเก่าแก่มาแต่ครั้งสมัยขอม
ลำดวนเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ที่มีอายุยืนยาวถึง ๓๐๐ ปี ดอกมีสีเหลืองนวล กลีบดอกเล็กแต่หนา งุ้มเข้าหากัน คล้ายกับดอกนมแมวแต่งามกว่า เริ่มออกดอกในช่วงเดือน ม.ค. และจะส่งกลิ่นหอมเย็นในช่วงเดือน ก.พ. ไปจนถึงเดือน เม.ย. ของทุกปี
ดอกลำดวนจัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ วิจัยพบว่าเมื่อนำดอกลำดวนไปอบให้แห้ง แล้วนำไปบด ชงกับน้ำร้อนดื่ม จะช่วยบำรุงเลือด แก้ไข้ แก้วิงเวียน
ดอกนมแมว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rauwenhoffia siamensis Scheff.
วงศ์ : ANNONACEAE
ถิ่นเดิม : ภาคใต้ของประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Polianthes tuberosa
วงศ์ : Agavaceae
ชื่อสามัญ : Tuberose
ชื่ออื่น ๆ : :ซ่อนกลิ่น
ข้อมูลทั่วไปและประวัติ :ซ่อนกลิ่นเป็นไม้ในวงศ์เดียวกันกับ
พลับพลึง มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ จะมีกลิ่นหอมตั้งแต่เวลาเย็น
ถึงตอนกลางคืน ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ มีอายุหลายปี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มีหัว ซึ่งเป็น
ลำต้นอยู่ใต้ดิน ลักษณะของหัวจะคล้าย ๆกับหัวหอม ใบมีสีเขียว
เล็กและเรียวยาวใบจะโผล่ออกมาจากพื้นดิน ใบยาวประมาณ
1-1.5 ฟุต ดอกจะชูช่อออกมาตรงกลางกอของลำต้น และ
จะมีดอกเกาะตรงก้านดอกเรียงกันเป็นแนวตามก้านดอก ดอกมีสี
ขาว ดอกยาวประมาณ 1 นิ้ว ช่อดอก หนึ่งๆ จะยาวประมาณ 2-2.5
ฟุต แต่ละข่อดอกจะมีดอกย่อย 40-90 ดอก กลีบดอกแต่ละกลีบจะ
ไม่เท่ากัน กว่า จะบานหมดทั้งช่อใช้เวลา 5-7 วัน และมีกลิ่น
หอมมากโดยเฉพาะเวลากลางคืน
การขยายพันธุ์ : ใช้หัว
ยี่โถเป็นไม้พุ่ม สูง 2-3 เมตร ใบรูปร่างเหมือนปลายหอก มีขนาดไม่ใหญ่นัก แคบและยาว ลำต้นเกลี้ยงๆ เปลือกมีสีเทา กิ่งจะแตกออกเป็นกลุ่มพุ่งขึ้นด้านบน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดจากฝัก ปักชำ หรือการตอนกิ่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barleria cristata L.
วงศ์ : ACANTHACEAE
กรรณิการ์
ชื่อวิทยาศาสตร์: Nyctanthes arbortristis Linn.
ชื่อสามัญ: กรรณิการ์ ( Night blooming jasmine)
เรื่องราวของดอกกรรณิการ์ มีมากมาย ดอกกรรณิการ์ มีลักษณะโดดเด่นคือก้านดอกเป็นสีแสด ดังที่มีกล่าวไว้ในกาพย์ห่อโคลง นิราศธารโศกของเจ้าฟ้ากุ้ง
ดอกกรรณิการ์ใช้ย้อมผ้ากันมานาน ตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระพุทธองค์กำหนดให้พระภิกษุทั้งหลาย ถ้าจะมีเครื่องนุ่งห่ม ให้ไปที่ป่าช้า ให้พิจารณาผ้าที่เค้านำมาห่อศพ เรียกว่าผ้าบังสุกุล พิจารณาว่าใช้ได้หรือไม่ ถ้าพิจารณาแล้วใช้ได้ ก็ดึงผ้าออกมา
อันเป็นประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน เจ้าภาพจะเอาผ้าสีเหลืองมาวางใกล้กับโลง เรียกว่า ทอดผ้า ทอดแปลว่า ทิ้ง พระท่านก็จะมาจับผ้าและแสดงอาการพิจารณาผ้าบังสุกุล และกล่าวคำ อนิจจา วัตตาสัง ขารา
สมัยก่อนเมื่อนำผ้ามาแล้วจะต้องซักด้วยน้ำขี้เถ้า จนหมดกลิ่น แล้ว จึงนำมาย้อมด้วยดอกกรรณิการ์ โดยเฉพาะก้านดอก จะได้เป็นสีเหลืองฝาดๆ แล้วค่อยนำไปตัดเย็บเป็นสบง จีวร สังคาติ
ลำดวน
หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “ต้นดวน” เป็นไม้คู่เมือง เกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์เมืองศรีสะเกษมาแต่โบราณ “ลำดวน” ปรากฏในชื่อเมืองเดิมของ จ. ศรีสะเกษ คือ เมืองนครลำดวนหรือเมืองศรีนครลำดวน ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา เจ้าเมืองศรีนครลำดวนก็ได้รับพระราชทานนามว่า “พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน” นอกจากนี้ยังปรากฏในชื่อบ้านนามเมืองของ จ. ศรีสะเกษอีกหลายแห่ง เช่น บ้านดวนใหญ่ บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน ซึ่งล้วนเป็นชุมชนเก่าแก่มาแต่ครั้งสมัยขอม
ลำดวนเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ที่มีอายุยืนยาวถึง ๓๐๐ ปี ดอกมีสีเหลืองนวล กลีบดอกเล็กแต่หนา งุ้มเข้าหากัน คล้ายกับดอกนมแมวแต่งามกว่า เริ่มออกดอกในช่วงเดือน ม.ค. และจะส่งกลิ่นหอมเย็นในช่วงเดือน ก.พ. ไปจนถึงเดือน เม.ย. ของทุกปี
ดอกลำดวนจัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ วิจัยพบว่าเมื่อนำดอกลำดวนไปอบให้แห้ง แล้วนำไปบด ชงกับน้ำร้อนดื่ม จะช่วยบำรุงเลือด แก้ไข้ แก้วิงเวียน
ดอกนมแมว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rauwenhoffia siamensis Scheff.
วงศ์ : ANNONACEAE
ถิ่นเดิม : ภาคใต้ของประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Polianthes tuberosa
วงศ์ : Agavaceae
ชื่อสามัญ : Tuberose
ชื่ออื่น ๆ : :ซ่อนกลิ่น
ข้อมูลทั่วไปและประวัติ :ซ่อนกลิ่นเป็นไม้ในวงศ์เดียวกันกับ
พลับพลึง มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ จะมีกลิ่นหอมตั้งแต่เวลาเย็น
ถึงตอนกลางคืน ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ มีอายุหลายปี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มีหัว ซึ่งเป็น
ลำต้นอยู่ใต้ดิน ลักษณะของหัวจะคล้าย ๆกับหัวหอม ใบมีสีเขียว
เล็กและเรียวยาวใบจะโผล่ออกมาจากพื้นดิน ใบยาวประมาณ
1-1.5 ฟุต ดอกจะชูช่อออกมาตรงกลางกอของลำต้น และ
จะมีดอกเกาะตรงก้านดอกเรียงกันเป็นแนวตามก้านดอก ดอกมีสี
ขาว ดอกยาวประมาณ 1 นิ้ว ช่อดอก หนึ่งๆ จะยาวประมาณ 2-2.5
ฟุต แต่ละข่อดอกจะมีดอกย่อย 40-90 ดอก กลีบดอกแต่ละกลีบจะ
ไม่เท่ากัน กว่า จะบานหมดทั้งช่อใช้เวลา 5-7 วัน และมีกลิ่น
หอมมากโดยเฉพาะเวลากลางคืน
การขยายพันธุ์ : ใช้หัว
ยี่โถเป็นไม้พุ่ม สูง 2-3 เมตร ใบรูปร่างเหมือนปลายหอก มีขนาดไม่ใหญ่นัก แคบและยาว ลำต้นเกลี้ยงๆ เปลือกมีสีเทา กิ่งจะแตกออกเป็นกลุ่มพุ่งขึ้นด้านบน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดจากฝัก ปักชำ หรือการตอนกิ่ง
อุทยานดอกไม้..
ชม ผกา จำปา จำปี
กุหลาบ ราตรี พะยอม อังกาบ ทั้ง กรรณิการ์
ลำดวน นมแมว ซ่อนกลิ่น ยี่โถ ชงโค มณฑา
สายหยุด เฟื่องฟ้า ชบา และ สร้อยทอง
...บานบุรี ยี่สุ่น ขจร
ประดู่ พุดซ้อน พลับพลึง หงอนไก่ พิกุล ควรปอง
งาม ทานตะวัน รักเร่ กาหลง ประยงค์ พวงทอง
บานชื่น สุขสอง พุทธชาด สะอาดแซม
(ซ้ำ)...พิศ พวงชมพู กระดังงา เลื้อยเคียงคู่ ดูสดสวยแฉล้ม
รสสุคนธ์ บุญนาค นางแย้ม สารภี ที่ถูกใจ
...งาม อุบล ปน จันทร์กะพ้อ
ผีเสื้อ แตกกอ พร้อม เล็บมือนาง พุดตาน กล้วยไม้
ดาวเรือง อัญชัน ยี่หุบ มะลิวัลย์ แลวิไล
ชูช่อไสว เร้าใจในอุทยาน...(ซ้ำ
เริ่มที่....
จำปาเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ควรปลูกในที่ร่มบังแดด ใบมีขนาดใหญ่ยาว กว้าง 5 นิ้ว ยาว 8-10 นิ้ว ดอกมีขนาดใหญ่กว่าดอกจำปี เป็นดอกเดี่ยว สีเหลืองอมส้ม ดอกซ้อนสองชั้น กลีบแข็ง ยาว ดอกมีกลิ่นหอมแต่น้อยกว่าจำปี ดอกมักบาน 02.00-03.00 น. การขยายพันธุ์ โดยการตอนกิ่งหรือไหล
ชื่อวิทยาศาสตร์ Michelia Longifolia
ชื่อวงศ์ MAGNOLIACEAE
ชื่อสามัญ White Chempaka
ชื่ออื่นๆ จำปี
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินโดนีเซีย
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง
ประวัติและข้อมูลทั่วไป
ลักษณะที่แตกต่างระหว่าง จำปี กับ จำปา คือ จำปี จะมีสีขาว กลิ่นหอม เย็น แต่จำปา นั้นมีสีเหลืองและกลิ่นหอมได้ไม่เท่าจำปี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
จำปีเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นใหญ่สูงกว่าจำปาเล็กน้อย ต้นจะแตกพุ่มยอดใบงามกว่าจำปา ใบนั้นเป็นใบเดี่ยว ปลายใบจะแหลม โคนใบมน ดอกเป็นดอกเดี่ยว มีสีขาวคล้ายๆ กับสีของงาช้าง จะมีกลีบอยู่ 8-10 กลีบ ซ้อนกัน กลีบดอกจะเรียวกว่าจำปา ยาวประมาณ 2 นิ้ว ตรงกลางดอกจะมีเกสรเป็นแท่งกลมเล็ก ยอดแหลมคล้ายผักข้าวโพดเล็กๆ ปลูกประมาณ 3 ปี จำปีถึงจะให้ดอก สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี
การปลูกและดูแลรักษา
จำปีเป็นไม้กลางแจ้งต้องการแสงแดดจัด ขึ้นได้ในดินทุกชนิด สามารถปลูกในดินค่อนข้างเหลวได้ แต่ที่ดีที่สุดควรปลูกในดินร่วนซุยมีธาตุอาหารเพียงพอ ต้องการการรดน้ำบ่อยๆ
กุหลาบ ราตรี พะยอม อังกาบ ทั้ง กรรณิการ์
ลำดวน นมแมว ซ่อนกลิ่น ยี่โถ ชงโค มณฑา
สายหยุด เฟื่องฟ้า ชบา และ สร้อยทอง
...บานบุรี ยี่สุ่น ขจร
ประดู่ พุดซ้อน พลับพลึง หงอนไก่ พิกุล ควรปอง
งาม ทานตะวัน รักเร่ กาหลง ประยงค์ พวงทอง
บานชื่น สุขสอง พุทธชาด สะอาดแซม
(ซ้ำ)...พิศ พวงชมพู กระดังงา เลื้อยเคียงคู่ ดูสดสวยแฉล้ม
รสสุคนธ์ บุญนาค นางแย้ม สารภี ที่ถูกใจ
...งาม อุบล ปน จันทร์กะพ้อ
ผีเสื้อ แตกกอ พร้อม เล็บมือนาง พุดตาน กล้วยไม้
ดาวเรือง อัญชัน ยี่หุบ มะลิวัลย์ แลวิไล
ชูช่อไสว เร้าใจในอุทยาน...(ซ้ำ
เริ่มที่....
จำปาเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ควรปลูกในที่ร่มบังแดด ใบมีขนาดใหญ่ยาว กว้าง 5 นิ้ว ยาว 8-10 นิ้ว ดอกมีขนาดใหญ่กว่าดอกจำปี เป็นดอกเดี่ยว สีเหลืองอมส้ม ดอกซ้อนสองชั้น กลีบแข็ง ยาว ดอกมีกลิ่นหอมแต่น้อยกว่าจำปี ดอกมักบาน 02.00-03.00 น. การขยายพันธุ์ โดยการตอนกิ่งหรือไหล
ชื่อวิทยาศาสตร์ Michelia Longifolia
ชื่อวงศ์ MAGNOLIACEAE
ชื่อสามัญ White Chempaka
ชื่ออื่นๆ จำปี
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินโดนีเซีย
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง
ประวัติและข้อมูลทั่วไป
ลักษณะที่แตกต่างระหว่าง จำปี กับ จำปา คือ จำปี จะมีสีขาว กลิ่นหอม เย็น แต่จำปา นั้นมีสีเหลืองและกลิ่นหอมได้ไม่เท่าจำปี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
จำปีเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นใหญ่สูงกว่าจำปาเล็กน้อย ต้นจะแตกพุ่มยอดใบงามกว่าจำปา ใบนั้นเป็นใบเดี่ยว ปลายใบจะแหลม โคนใบมน ดอกเป็นดอกเดี่ยว มีสีขาวคล้ายๆ กับสีของงาช้าง จะมีกลีบอยู่ 8-10 กลีบ ซ้อนกัน กลีบดอกจะเรียวกว่าจำปา ยาวประมาณ 2 นิ้ว ตรงกลางดอกจะมีเกสรเป็นแท่งกลมเล็ก ยอดแหลมคล้ายผักข้าวโพดเล็กๆ ปลูกประมาณ 3 ปี จำปีถึงจะให้ดอก สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี
การปลูกและดูแลรักษา
จำปีเป็นไม้กลางแจ้งต้องการแสงแดดจัด ขึ้นได้ในดินทุกชนิด สามารถปลูกในดินค่อนข้างเหลวได้ แต่ที่ดีที่สุดควรปลูกในดินร่วนซุยมีธาตุอาหารเพียงพอ ต้องการการรดน้ำบ่อยๆ
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ต้มกะหล่ำเจ
มาแล้วจ้าต้อนรับเทศกาลกินเจ เป็นเมนูอาหารเจรสเลิศ
ต้มกะหล่ำเจ แม้ว่าหน้าตาจะแสนธรรมดา
แต่เป็นที่ยอมรับกันว่า
รสชาติอร่อยเลิศล้ำ เกินพรรณนา
สูตรเด็ดจากเจ้พิม (คุณแม่ของเว็บคุ้กกี้เอง)
ถ้าไม่รักกันจริง ไม่นำออกมาเผยกันให้ดูนะเนี่ย
เมนูนี้ ทำไม่ยาก แต่จะทำให้อร่อยต้องมีเทคนิคกันเล็กน้อย
ก็ ลองเอาไปทำทานกันดูนะจ๊ะ
เครื่องปรุง
1. กะหล่ำปลี 4 หัว
2. เห็ดหอม 10 ดอก
3. ฟองเต้าหู้ทอด 1 ถ้วยตวง
ต้มกะหล่ำเจ4. ซิอิ๊วขาว 1/2 ถ้วยตวง
5. ซอสปรุงรส 2 ช้อนตวง
6. พริกไทยเม็ด 20 เม็ด
7. น้ำมันพืช
8. น้ำเปล่า
1. ผ่ากะหล่ำปลี ออกเป็นสี่ถึงหกซีก (ขึ้นอยู่ว่าหัวเล็กหรือใหญ่) นำไปล้างน้ำให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง จากนั้นเทน้ำมันพืชใส่กะทะ รอจนน้ำมันร้อน ใส่กะหล่ำปลีลงทอดให้เหลือง และดูว่าผักนุ่มลง (เวลาทอดให้ใช้ไฟปานกลาง คอยกลับข้างกะหล่ำด้วย น้ำมันที่ใช้ต้องมากพอท่วมผัก ไม่เช่นนั้นผักจะไหม้) จากนั้นตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน (ต้องสะเด็ดน้ำมันนานๆ ไม่อย่างนั้นเวลาต้มออกมา จะมันมาก) ถึงตอนนี้กลิ่นกะหล่ำทอดก็หอมไปทั่วบ้านแล้วล่ะ
2. เรียงกะหล่ำใส่หม้อ โรยด้วยพริกไทยเม็ด บุบพอแตก ใส่น้ำเปล่าพอท่วมผัก ใส่ฟองเต้าหู้ทอด นำขึ้นตั้งไฟ
ส่วนเห็ดหอมแห้ง ให้นำไปแช่น้ำจนนุ่ม (ถ้าดอกแข็งมากให้ใช้น้ำอุ่น) จากนั้นนำมาหั่น
เป็นชิ้นพอคำ (อย่าลืมตัดแกนออก เพราะส่วนมากจะแข็ง เดี๋ยวจะทานไม่อร่อย) นำกะทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่เห็ดหอมที่เตรียมไว้ลงผัด ใช้ไฟอ่อน ผัดจนเห็ดหอม มีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยซิอิ๊วขาวเล็กน้อย ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน
3. ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว และซอสปรุงรส ตั้งไฟจน เดือนเข้ากันดี ชิมรสและปรุงรสเพิ่มตามความชอบ (ถ้าจะประหยัด ชิมแล้วรู้สึกว่าไม่เค็ม ปรุงรสเพิ่มด้วย เกลือ แต่ถ้าจะให้อร่อยเลิศแบบทุ่มทุนสร้างแนะนำว่าให้ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว ไม่ใช้เกลือค่ะ แบบว่าอร่อยมากๆ ขอบอก )
ต้มกะหล่ำเจ แม้ว่าหน้าตาจะแสนธรรมดา
แต่เป็นที่ยอมรับกันว่า
รสชาติอร่อยเลิศล้ำ เกินพรรณนา
สูตรเด็ดจากเจ้พิม (คุณแม่ของเว็บคุ้กกี้เอง)
ถ้าไม่รักกันจริง ไม่นำออกมาเผยกันให้ดูนะเนี่ย
เมนูนี้ ทำไม่ยาก แต่จะทำให้อร่อยต้องมีเทคนิคกันเล็กน้อย
ก็ ลองเอาไปทำทานกันดูนะจ๊ะ
เครื่องปรุง
1. กะหล่ำปลี 4 หัว
2. เห็ดหอม 10 ดอก
3. ฟองเต้าหู้ทอด 1 ถ้วยตวง
ต้มกะหล่ำเจ4. ซิอิ๊วขาว 1/2 ถ้วยตวง
5. ซอสปรุงรส 2 ช้อนตวง
6. พริกไทยเม็ด 20 เม็ด
7. น้ำมันพืช
8. น้ำเปล่า
1. ผ่ากะหล่ำปลี ออกเป็นสี่ถึงหกซีก (ขึ้นอยู่ว่าหัวเล็กหรือใหญ่) นำไปล้างน้ำให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง จากนั้นเทน้ำมันพืชใส่กะทะ รอจนน้ำมันร้อน ใส่กะหล่ำปลีลงทอดให้เหลือง และดูว่าผักนุ่มลง (เวลาทอดให้ใช้ไฟปานกลาง คอยกลับข้างกะหล่ำด้วย น้ำมันที่ใช้ต้องมากพอท่วมผัก ไม่เช่นนั้นผักจะไหม้) จากนั้นตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน (ต้องสะเด็ดน้ำมันนานๆ ไม่อย่างนั้นเวลาต้มออกมา จะมันมาก) ถึงตอนนี้กลิ่นกะหล่ำทอดก็หอมไปทั่วบ้านแล้วล่ะ
2. เรียงกะหล่ำใส่หม้อ โรยด้วยพริกไทยเม็ด บุบพอแตก ใส่น้ำเปล่าพอท่วมผัก ใส่ฟองเต้าหู้ทอด นำขึ้นตั้งไฟ
ส่วนเห็ดหอมแห้ง ให้นำไปแช่น้ำจนนุ่ม (ถ้าดอกแข็งมากให้ใช้น้ำอุ่น) จากนั้นนำมาหั่น
เป็นชิ้นพอคำ (อย่าลืมตัดแกนออก เพราะส่วนมากจะแข็ง เดี๋ยวจะทานไม่อร่อย) นำกะทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่เห็ดหอมที่เตรียมไว้ลงผัด ใช้ไฟอ่อน ผัดจนเห็ดหอม มีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยซิอิ๊วขาวเล็กน้อย ตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน
3. ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว และซอสปรุงรส ตั้งไฟจน เดือนเข้ากันดี ชิมรสและปรุงรสเพิ่มตามความชอบ (ถ้าจะประหยัด ชิมแล้วรู้สึกว่าไม่เค็ม ปรุงรสเพิ่มด้วย เกลือ แต่ถ้าจะให้อร่อยเลิศแบบทุ่มทุนสร้างแนะนำว่าให้ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว ไม่ใช้เกลือค่ะ แบบว่าอร่อยมากๆ ขอบอก )
ยำบ้านต้นซุง
ยำบ้านต้นซุง
แอ่น แอ๊น... และแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดหน้าเมนูเอกกันเสียที
หลังจากผัดกันมาเรื่อย..(มีแฟนๆ บางคนบอกว่าถ้าเป็น
ผัดซีอิ๊วก็ผัดได้หลายสิบจานอยู่ :-) ประเดิมเมนูแรกก็เป็น
สูตรเด็ดจากร้านบ้านต้นซุง (เมนูนี้เป็นเมนูโปรดของเว็บคุ้กกี้
เลยนะขอบอก) อนุเคราะห์ข้อมูลจาก "ร้านบ้านต้นซุง"
รสชาติหวานๆ อมเปรี้ยวนิดๆ แถมยังทำง่ายๆ
เหมาะสำหรับทำกินเล่นกันวันหยุด เอาล่ะเข้าเรื่องเลยดีกว่า
เครื่องปรุง
1. หมูยอ 1 ท่อน (ประมาณ 12-15 ซม.)
2. มะม่วงซอย (เอาออกเปรี้ยวหน่อยนะ)
3.หอมแดงซอย
4. กุ้งแห้ง
5. หมูหยอง 6.. แครอทซอย
7. น้ำปลา 2 ช้อนตวง
8. น้ำมะนาว 2 ช้อนตวง
9. น้ำตาลเชื่อม 2 ช้อนตวง
1. นำหมูยอที่ได้เตรียมเอาไว้ ผ่าเป็นสองซีก ทอดให้เหลือง (อันนี้พ่อครัวบอกว่าชอบนิ่มๆ
ก็ให้ทอดแป๊บเดียวพอ หากชอบออกกรอบๆ หน่อย ก็ให้ทอดด้วยไฟแรง 5-7 นาที จากนั้นนำไปใส่จานรอไว้
2. เอาเครื่องปรุงที่ได้เตรียมไว้คลุกเคล้าให้เข้ากันทั่ว (ลองหยิบมาชิมกันก่อนนิดนึง ชอบหวานเปรี้ยวอย่างไร ก็ปรุงเพิ่มกันตามสะดวก)
3. นำเอาเครื่องปรุงราดหมูยอที่เตรียมไว้ในจาน จากนั้นนำเอาหมูหยอง และแครอทโรยหน้า เป็นอันเสร็จพิธี
เท่านี้เราก็ได้อาหารจานเด็ด "ยำบ้านต้นซุง" ที่น่ารับประทาน :-)
แอ่น แอ๊น... และแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดหน้าเมนูเอกกันเสียที
หลังจากผัดกันมาเรื่อย..(มีแฟนๆ บางคนบอกว่าถ้าเป็น
ผัดซีอิ๊วก็ผัดได้หลายสิบจานอยู่ :-) ประเดิมเมนูแรกก็เป็น
สูตรเด็ดจากร้านบ้านต้นซุง (เมนูนี้เป็นเมนูโปรดของเว็บคุ้กกี้
เลยนะขอบอก) อนุเคราะห์ข้อมูลจาก "ร้านบ้านต้นซุง"
รสชาติหวานๆ อมเปรี้ยวนิดๆ แถมยังทำง่ายๆ
เหมาะสำหรับทำกินเล่นกันวันหยุด เอาล่ะเข้าเรื่องเลยดีกว่า
เครื่องปรุง
1. หมูยอ 1 ท่อน (ประมาณ 12-15 ซม.)
2. มะม่วงซอย (เอาออกเปรี้ยวหน่อยนะ)
3.หอมแดงซอย
4. กุ้งแห้ง
5. หมูหยอง 6.. แครอทซอย
7. น้ำปลา 2 ช้อนตวง
8. น้ำมะนาว 2 ช้อนตวง
9. น้ำตาลเชื่อม 2 ช้อนตวง
1. นำหมูยอที่ได้เตรียมเอาไว้ ผ่าเป็นสองซีก ทอดให้เหลือง (อันนี้พ่อครัวบอกว่าชอบนิ่มๆ
ก็ให้ทอดแป๊บเดียวพอ หากชอบออกกรอบๆ หน่อย ก็ให้ทอดด้วยไฟแรง 5-7 นาที จากนั้นนำไปใส่จานรอไว้
2. เอาเครื่องปรุงที่ได้เตรียมไว้คลุกเคล้าให้เข้ากันทั่ว (ลองหยิบมาชิมกันก่อนนิดนึง ชอบหวานเปรี้ยวอย่างไร ก็ปรุงเพิ่มกันตามสะดวก)
3. นำเอาเครื่องปรุงราดหมูยอที่เตรียมไว้ในจาน จากนั้นนำเอาหมูหยอง และแครอทโรยหน้า เป็นอันเสร็จพิธี
เท่านี้เราก็ได้อาหารจานเด็ด "ยำบ้านต้นซุง" ที่น่ารับประทาน :-)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)